1. แฟรนด์ชาย ลงทุนน้อย ทำสัญญา 3 ปี จ่ายประมาณ 25,000 – 30,000 บาท ได้ผลตอบแทน 2.5% ตัวอย่างเช่น บุญเติม
2. ลงทุนเอง ลงทุนมากหน่อยขึ้นกับคุณสมบัติตู้ จ่ายประมาณ 29,000 -59,000 บาท ได้ผลตอบแทน 3.5% บวกค่าบริการต่อครั้ง 3 บาท ตัวอย่างเช่น เอดีที ฟีลท๊อป ธนทัต เรดท๊อปอัพ เจเอสเค เวิร์ดเน็ต กรีนท๊อปอัพ สยามเวนดิ้ง เรนโบว์ และอื่นๆ อีกกว่า 30 แบร์น
แล้วอย่างไหนจะเหมาะสำหรับคุณ
สำหรับคำแนะนำ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวคุณเอง อย่างที่ทุกคนมักจะพูดกัน ธุรกิจยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนยิ่งสูง และการที่ตู้เติมเงินผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดแสดงให้เห็นว่าธุรกิจนี้กำลังโต
ถ้าคุณจะทำธุรกิจผลิตอะไรสักอย่างหวังกำไรประมาณ 1 ล้านบาท คุณต้องลงทุนอย่างต่ำ 10-20 ล้านบาท ฉันใดฉันนั้น ลงทุน 10,000 บาท กำไร 250 บาท ลงทุน 60,000 บาท กำไร 400-1,850 บาท
ถ้าคุณคือผู้ลงทุน ผมแนะนำให้คุณซื้อตู้จำนวน 10 ตู้ขึ้นไป อาจจะต้องใช้วิธีกู้บางส่วน โดยตั้งเป้าว่าตู้หนึ่งๆ จะให้กำไร 3,000-5,000 บาท รวมแล้ว 30,000-50,000 บาท นั่นหมายความว่า เดือนหนึ่งคุณจะได้ตู้คืนหนึ่งตู้
ถ้าลงทีละ 1 ตู้บางครั้งทำเลดีดีที่หมายปองอาจหลุดลอยไป และระยะคืนทุนก็จะช้า และเท่ากับเราเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ มองเห็นโอกาสอีกด้วย

